ไฟฟ้าสถิต (Static electricity)
ไฟฟ้าสถิต เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบภายในวัสดุหรือบนพื้นผิวของวัสดุ ซึ่งประจุไฟฟ้าเหล่านั้นจะยังคงอยู่จนกระทั่งเกิดการเคลื่อนที่หรือมีการถ่ายเทประจุ (Electrostatic Discharge)
ไฟฟ้าสถิต เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบภายในวัสดุหรือบนพื้นผิวของวัสดุ ซึ่งประจุไฟฟ้าเหล่านั้นจะยังคงอยู่จนกระทั่งเกิดการเคลื่อนที่หรือมีการถ่ายเทประจุ (Electrostatic Discharge)
ประจุไฟฟ้า (Electric charge)
1. ประจุไฟฟ้ามีอยู่เพียง 2 ชนิด คือ -ประจุไฟฟ้าบวก (Positive charge) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ประจุบวก (+) เป็นประจุที่เกิด บนแท่งแก้ว เมื่อถูด้วยผ้าไหม
-ประจุไฟฟ้าลบ (negative charge) หรือเรียกสั้นๆว่า ประจุลบ (-) เป็นประจุที่เกิดบน แท่งอำพัน เมื่อถูด้วยผ้าขนสัตว์
2. แรงกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้า แบ่งได้ 2 ชนิดคือ -แรงดึงดูดกัน เป็นแรงกระทำระหว่างประจุต่างชนิดกัน -แรงผลักกัน เป็นแรงกระทำระหว่างประจุชนิดเดียวกัน
1. ประจุไฟฟ้ามีอยู่เพียง 2 ชนิด คือ
-ประจุไฟฟ้าบวก (Positive charge) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ประจุบวก (+) เป็นประจุที่เกิด บนแท่งแก้ว เมื่อถูด้วยผ้าไหม
-ประจุไฟฟ้าลบ (negative charge) หรือเรียกสั้นๆว่า ประจุลบ (-) เป็นประจุที่เกิดบน แท่งอำพัน เมื่อถูด้วยผ้าขนสัตว์
2. แรงกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างประจุไฟฟ้า แบ่งได้ 2 ชนิดคือ
-แรงดึงดูดกัน เป็นแรงกระทำระหว่างประจุต่างชนิดกัน
-แรงผลักกัน เป็นแรงกระทำระหว่างประจุชนิดเดียวกัน
กฎการอนุรักษ์ประจุ

การทำให้วัตถุมีประจุไฟฟ้าด้วยวิธีต่าง ๆ จะเป็นการเคลื่อนย้ายประจุจากที่หนึ่งไปขังอีกที่หนึ่ง ซึ่งจะได้ว่าผลรวมของจำนวนประจุทั้งหมดคงที่เท่าเดิม การทำให้วัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้าเกิดประจุทำได้ 3 วิธี คือ
- การขัดสี คือ การนำวัตถุ 2 ชนิดที่ต่างกันมาขัดสีกัน จะเกิดการแลกเปลี่ยนประจุ
- การแตะสัมผัส คือ การนำวัตถุที่มีประจุมาแตะวัตถุที่เป็นกลางหรือมีประจุก็ได้การหาประจุหลังแตะ
การเหนี่ยวนำ คือ การนำวัตถุที่มีประจุมาเข้าใกล้วัตถุที่มีประจุหรือวัตถุที่เป็นกลางก็ได้หลังการเหนี่ยวนำแล้วประจุที่เกิดขึ้นจะชนิดตรงข้ามกับที่มาเหนี่ยวนำ

การทำให้วัตถุมีประจุไฟฟ้าด้วยวิธีต่าง ๆ จะเป็นการเคลื่อนย้ายประจุจากที่หนึ่งไปขังอีกที่หนึ่ง ซึ่งจะได้ว่าผลรวมของจำนวนประจุทั้งหมดคงที่เท่าเดิม การทำให้วัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้าเกิดประจุทำได้ 3 วิธี คือ
- การขัดสี คือ การนำวัตถุ 2 ชนิดที่ต่างกันมาขัดสีกัน จะเกิดการแลกเปลี่ยนประจุ
- การแตะสัมผัส คือ การนำวัตถุที่มีประจุมาแตะวัตถุที่เป็นกลางหรือมีประจุก็ได้การหาประจุหลังแตะ
การถ่ายเทประจุ
การถ่ายเทประจุไฟฟ้า หรือ Electrostatic Discharge เป็นการที่ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุ 2 ชนิดไม่เท่ากัน เกิดขึ้นจากความต่างศักดิ์ไฟฟ้า โดยหลังถ่ายประจุแล้ว วัตถุทั้งสองจะต้องมีศักย์ไฟฟ้าเท่ากัน โดยประจุไฟฟ้ารวมจะยังคงเท่าเดิม
กฎของคูลอมบ์ (Coulomb’s Law)
สนามไฟฟ้า (electric field) "E"
สนามไฟฟ้า หมายถึง บริเวณโดยรอบประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้าสามารถส่งอำนาจทางไฟฟ้าไปถึง หรือบริเวณที่เมื่อนำประจุไฟฟ้าไปวางแล้วจะเกิดแรงกระทำบนประจุไฟฟ้านั้น
การกำหนดขนาดและทิศทางของสนามไฟฟ้าเมื่อนำประจุ +1C ไปวางไว้ที่จุดใด ๆ ในสนามไฟฟ้า ทิศทางของแรงที่เกิดขึ้นบนประจุ +1C นี้ กำหนดว่าเป็นทิศของสนามไฟฟ้าที่จุดนั้น และค่าของแรงที่เกิดขึ้นบนประจุ +1C นั้น กำหนดว่าเป็นค่า ของความเข้มของสนามไฟฟ้า ที่จุดนั้น เมื่อ E คือ สนามไฟฟ้าหรือความเข้มสนามไฟฟ้า F คือ แรงไฟฟ้าที่กระทำต่อประจุไฟฟ้า ๆ
สนามไฟฟ้า หมายถึง บริเวณโดยรอบประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้าสามารถส่งอำนาจทางไฟฟ้าไปถึง หรือบริเวณที่เมื่อนำประจุไฟฟ้าไปวางแล้วจะเกิดแรงกระทำบนประจุไฟฟ้านั้น
การกำหนดขนาดและทิศทางของสนามไฟฟ้า
เมื่อนำประจุ +1C ไปวางไว้ที่จุดใด ๆ ในสนามไฟฟ้า ทิศทางของแรงที่เกิดขึ้นบนประจุ +1C นี้ กำหนดว่าเป็นทิศของสนามไฟฟ้าที่จุดนั้น และค่าของแรงที่เกิดขึ้นบนประจุ +1C นั้น กำหนดว่าเป็นค่า ของความเข้มของสนามไฟฟ้า ที่จุดนั้น
เมื่อ E คือ สนามไฟฟ้าหรือความเข้มสนามไฟฟ้า
F คือ แรงไฟฟ้าที่กระทำต่อประจุไฟฟ้า ๆ








.jpg)








